SYE_TORU's profile"เวลา" เป็นสิ่งที่เรามีใ...BlogListsNetwork Tools Help

Blog


    11/18/2009

    แค้นเคือง

    เอาซี....ถ้ากล้าลองก็ลองดู
     
    มันกำลังจะเริ่มต้นแล้ว....
    ....................
    ..............
    .........
    ....ฉันจะเริ่มมันเอง!!!!!
    8/27/2009

    เรียกร้องให้ใส่ใจกันหน่อยก็ดี

    เราอาจจะไม่ใช่คนที่รักษาสัญญาอะไรมากมายนัก
    แต่เราก็ใส่ใจในทุกคำพูดที่พูดอะไรกับใครออกไป
     
    วันนั้นที่เธอบอกว่าจะรอฉันตรงนั้น หลังจากที่เราแยกจากกัน
    ฉันก็รีบวิ่งไปทำธุระ
    แล้ววิ่งกลับมาที่เดิม....
    แต่....เธอก็ำไม่อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว
    ฉันก็พยายามวิ่งหาเธอ...ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนสักแห่งบริเวณนั้น
    หรือเธออาจจะกำลังวิ่งตามหาฉันอยู่ก็ได้
     
    และ...ฉันก็หาเธอไม่เจอ
    ฉันจึงมายืนอยู่ที่เดิมเผื่อเธอจะเดินมาเจอฉัน
     
    ฉันยืนรอ....รอ  รอ
    และมองไปรอบๆโดยหวังว่าเธอจะโผล่หน้ามาให้เห็นด้วยท่าทีสำนึกผิด
    หรืออะไรก็ได้ที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเธอกำลังตามหาฉันอยู่
     
    ผู้คนเดินผ่านไปมา และบางคนก็เดินผ่านเลยฉันไป
    ฉันรู้สึกเหมือนกับสิ่งของที่ยืนประดับร้านค้าข้างทาง
    ....แลดูไร้ค่า และไม่มีใครต้องการ
     
    ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
    ฉันยังยืนรอเธออยู่ที่เดิมไม่ไปไหน
    โดยยังเหลือความหวังเล็กๆว่าเธอยังจะตามหาฉันอยู่
    ...และในที่สุดความหวังนั้นก็ได้มอดดับลงไป
    ฉันตัดสินใจเดินออกจากตรงนั้น
    และเดินไปทำธุระต่อไปของฉัน
     
    ฉันรู้สึกหมดแรง และกำลังใจ รู้สึกไร้ค่าอย่างที่สุด
    เธอเห็นฉันเป็นอะไร
    คำพูดที่เธอบอกฉันว่าเธอจะ"รอ"ฉัน
    มันทำให้ฉัน"รอ"เธอ
    แต่เธอ.....กลับ"ไม่รอ"ฉัน
     
    ฉันไม่มีเกียรติ ไม่มีค่าพอที่เธอจะใส่ใจฉันเลยหรือ
    ทำไมเธอทำกับฉันอย่างนี้.....
    รอกันบางสักนิดจะเป็นไร
    หรือไม่ก็บอกฉันสักหน่อยว่าเธอจะไปไหนก่อนที่จะจากกัน
     
    คิดไปฉันก็น้ำตาซึมระหว่างที่ฉันกำลังจะเดินไปหาจุดหมายของฉัน
    "ฉันมันคงไม่มีค่า มีความสำคัญอะไรกับเธอเลยสินะ"
    แต่โทษเธอฝ่ายเดียวก็ไม่ได้
     
    ฉันอาจจะผิดเองที่ไปทำธุระในขณะที่เธอกำลังรีบอยู่
    ฉันอาจจะผิดเองที่ไปทำธุระของตัวเองนานเกินที่เธอจะรอฉันไหว
    ฉันอาจจะผิดเองที่ไม่เข้าใจว่าการที่เธอไม่รอฉันตรงนั้น....นั่นแปลว่าเธอไม่ได้รอฉันอีกแล้ว
    .....คิดได้แบบนั้น ฉันก็คุมอารมณ์ไม่ให้โกรธเธอได้
    .........................................
    ..................................
    ...................
     
    หลังจากที่ฉันทำธุระเสร็จ
    ฉันก็กลับไปหาเธอที่ห้อง
    .....แต่ดูท่าทางเธอจะลืมเรื่องเมื่อกลางวันไปเสียแล้ว
    เธอพูดแต่เรื่องงาน
    .....ฉันหวังว่าเธอจะมีคำแก้ตัวดีๆที่ปล่อยให้ฉันต้องรอเธอถึงครึ่งชั่วโมง
    เป็นคำแก้ตัวที่แสดงว่าเธอยังนึกถึงฉันบ้างในเวลานั้น
    ......แต่เปล่าเลย.......
    เธอไม่ได้พูดถึงเรื่องตอนนั้นแม้แต่คำเดียว
    ......................................................................................
    ..................................................................
    ............................................
    .........................
    .............
    อยากให้รู้ว่าฉันเสียใจ
    ฉันก็มี"จิตใจ"เหมือนกับคนอื่นๆที่เธอเคยคุยด้วย
    ฉันไม่ได้เป็นแค่ตุ๊กตาพูดได้หรอกนะ
    ฉันก็มีความหวัง...
    และ...ฉันไว้ใจเธอ
     
    แต่เธอเองเป็นคนที่ทำให้ "ความหวัง" และ "ความไว้ใจ"
    เลื่อนหายไปกับน้ำตาที่ไหลรินในวันนั้น
     
    แต่ฉัน............ฉันไม่โกรธเธอหรอกนะ.....
     ฉันให้อภัยเธอเสมอ
     
    ขอเพียงเธอได้อธิบายเหตุผลในวันนั้นให้ฉันฟัง
    ขอแค่สักประโยคให้รับรู้ว่าเธอยังใส่ใจฉันบ้าง
    ไม่ว่าจะยังไง....เราก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้....
    หรือจะเลือกเป็นเพียงคนที่ร่วมโลกกันก็ตามแต่ใจเธอจะปรารถนาเถิด
    หากรู้ตัวแล้ว แก้ตัวเสียวันนี้ยังไม่สายหรอก
     
    ฉันยังรอเธออยู่ตรงนี้
    รอคำ"แก้ตัว"ในวันนั้นของเธอเสมอ
    อ่านเจอแล้วให้รีบมานะ
    ก่อนที่ "ความเจ็บ" ในวันนั้นมันจะฝังรากลึกเกินเยียวยา
    เพราะครั้งนี้....มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำกับฉันแบบนี้
    8/1/2009

    ถามตัวเอง

    เราเกิดมาเพื่ออะไร.........?
    เรากินข้าวให้อยู่ต่อไปทำไม?
    สุดท้ายก็ตายมิใช่หรือ?
    แล้วเราตายเพื่ออะไร?
    ถ้าจะตาย....แล้วทำไมเราต้องเกิดด้วยล่ะ?
     
     
     
     
     
    คำถามพวกนี้
    เคยเกิดขึ้นกับคุณบ้างหรือไม่?
     
    .....แล้วคำถามพวกนี้จะถามเพื่อจุดประสงค์อะไร
     
    .......เพราะไม่ว่าใครที่จะตอบคำถามนี้ออกไป
    ก็คงจะไม่มีใครคิดจะวิ่งไปฆ่าตัวตาย
     
    เพราะตัวเรานั้น ได้เกิดขึ้นมาแล้ว
    .....การใช้ชีวิตอยู่ต่อไป  โดยไม่สงสัยการมีเหตุผลของการเกิด
    คงจะเป็นสิ่งที่ดีและยอดเยี่ยมอย่างหาที่สุดมิได้
     
    เพราะนอกจากรอยยักบนสมองจะไม่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งแล้ว
    ชีวิตเราก็สามารถหาความสุขใส่ตัวได้ไม่หยุดหย่อน
    ประหนึ่งกล่องหลุมดำที่สามารถใส่อะไรเข้าไปก็ได้ไม่จำกัด
     
     
     
     
    อาจจะเป็นเหมือนเราในวันนี้........
    ที่เกิดคำถามขึ้นบ้างอย่าง
     
    "แล้วที่เรียนอยู่ มีความสุขรึเปล่า?"
    เพื่อนร่วมสถาบันเอ่ยขึ้นในลิฟต์ ก่อนที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดลง
    ..............................................................
    ..................................
    เราตอบออกไปประโยคสองประโยค
    ซึ่งนั่นไม่ได้มาจากใจเราเลย
    เราเริ่มถามตัวเองอย่างเรียบเรียงเหตุการณ์
     
    "อะไรคือความสุข?"
     
    อะไรล่ะ......?
     
     
    วันก่อนเดินไปที่ถาปัต
    เรารู้สึกมีความสุขที่เห็นเด็กในคณะกำลังเอาแบบดีไซน์ขึ้นมากางเต็มโต๊ะ
     
    สัปดาห์ก่อนไปที่ศิลปากร
    เรารู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นเด็กในสวนแก้ว กำลังถือดินสอเล็งไปที่ต้นไม้ เพื่อจะวาดรูป
     
    เดือนก่อนไปที่หอศิลป์กทม.
    เรารู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นงานดีไซต์ศิลปะประยุกต์เจ๋งๆชิ้นหนึ่ง ซึ่งเราประทับใจไม่ลืมเลือน
     
    ....................................................................
    ..................................................
    .....แล้วที่คณะตัวเองล่ะ?....
     
    วันก่อนรู้สึกดีที่เห็นพี่ที่คณะเอาสตอรี่บอร์ดโฆษณามากางหลา
    บนโต๊ะควายตัวเขื่อง
    ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากราวกับเป็นน้ำค้างรสหวานอันหยดย้อยมาจากหมู่เมฆ
    ท่ามกลางความแห้งแล้งของมหาทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาล
    ........................
    ................
    ........
    ...
    .
    "เรากำลังทำอะไรอยู่ที่นี่?"
    มันคงเป็นคำถามที่ไม่จำเป็นต้องถามตัวเองอีกต่อไป
     
    เพราะมันเหมือนกับการที่เราถามตัวเองว่า
    "เราเกิดมาทำไมที่นี่?"
    เพราะตัวคุณนั้นได้เกิดมาบนโลกใบนี้แล้ว
    การจะเฝ้าเพียรพยายามถามตัวเองอยู่เช่นนั้น
    เห็นจะป่วยการและเสียเวลาเป็นอันมาก
     
    เพราะไม่ว่าคำตอบนั้นจะคืออะไร?
    ....คุณก็ต้องเดินหน้าต่อไปในชีวิตของคุณ
    หาความสุขที่หล่นเรี่ยราดอยู่ตามข้างทาง
    ทำให้มันสามารถผลักดันให้เราเดินหน้าต่อ
     
    เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไร
    เราคงขอให้ยมบาลย้อนเวลาเอาเราลงนรกและไม่ให้เราเกิดมาไม่ได้
    เพราะฉะนั้น
    เกิดมาแล้ว....จงอย่าตั้งคำถามย้อนหลัง
    แต่จงตั้งคำถามไปข้างหน้า
     
    ..........ว่าเราจะอยู่อย่างไรให้เปี่ยมสุข
    หาความสุขเล็กๆที่เราได้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
    มาเติมเชื่อไฟชีวิตมิให้ดับสิ้นมอดม้วยไป
     
     
     
     
     
     
    และตามด้วยเพลงเพราะๆที่กำลังฟังและอินตลอด
    (แต่ไม่รู้นะว่าแปลว่าอะไร)
     
     
     
    7/21/2009

    สวัสดีช่วงใกล้สอบ

    แลดูประหนึ่งคนว่าง
    ทว่า นี่คือเวลาใกล้สอบ
    กลับมาหาอะไรเดิมๆ
    ที่เก่าๆที่เราเคยรัก
    บล็อกนี้แม้ร้างราห่างไกลจากผู้คน
    แต่ฉันไม่เคยร้างราที่จะรักมัน.....
    เพราะเป็นบล็อกแรกที่ฉันมานั่งอับอะไรไร้สาระ
     
    และจะให้มันไร้สาระแบบนี้ต่อไป 555
     
    อยู่ตรงนี้ล่ะนะจ้ะคนดี
    ไม่ต้องไปไหนไกลเลย
    แม่จะคอยมาแวะเวียนอยู่ตรงนี้
    อยู่เป็นเพื่อนหนู......
    และแม่หวังว่า หนูก็จะอยู่เคียงข้าง เป็นเพื่อนแม่ต่อไปด้วยนะจ้ะ
    รักเสมอจ้ะ
     
    บล็อกลูกรัก
    5/9/2009

    ติดแล้วโว้ย

    ในที่สุดก็ติดแล้ว
    นิเทศ จุฬาค่ะ
    แต่ชีวิตก็ยังต้องสู้ต่อไป
    ตอนนี้เล่นแต่ exteen กับ hi5
    เว็บนี้คงยังไม่ค่อยมาอับอ่ะนะ^_^
    1/7/2009

    ขับมอไซไปรร.

    วันนี้ได้ขับมอไซไปรร.วันแรก
     
    จนจะจบม.6แล้ว เพิ่งได้ขับ
    1/6/2009

    เจอแล้ว เว็บรวมข้อสอบ

    สุดยอดเลยเว็บนี้
    รวมข้อสอบ(แต่ต้องนั่งทำบนเว็บ....เศร้า    ทำไมไม่ให้ปริ๊นว่ะ)
     
    1/3/2009

    ทำงานๆๆๆๆ

    ขณะที่โรงเรียนอื่นเค้าเรียนจบกันหมดแล้ว
     
    เรายังต้องมานั่งทำงานส่งอาจารย์
     
    ดูสินี่...........ข้าวปลายังไม่ได้กินเลย
     
    มาอับสเปชเฉยๆดีปีใหม่ค่ะ   ทุกคน
     
    (น้องชมพู่ด้วยนะจ้ะ พี่รู้ว่าน้องต้องมา  กับไอ้พูด้วย...แกอ่ะ)
    11/26/2008

    พลาดจากศิลปากร

    ในที่สุดก็สอบไม่ติดค่ะ
    สำหรับคณะมัณฑนศิลป์ ศิลปากร
     
    ต้องยอมรับผลการสอบครั้งนี้โดยดุษดี
    เพราะความขี้เกียจของเราเอง
     
    แต่เราทำใจไว้ตั้งแต่ออกจากห้องสอบแล้วล่ะ
    ตัวเราน่ะ ไม่เสียใจหรอก
    แต่เราเสียใจที่คนอื่นตั้งความหวังไว้ที่เราสูงมาก
    ทุกคนบอกว่าเราจะ"ได้"
    แต่เราก็ทำ"ไม่ได้"
     
    อย่างน้อย การสอบครั้งนี้ไม่ติด ก็ทำให้เราได้ข้อคิดหลายอย่าง
    1.การอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้ช่วยให้ความล้มเหลวจากการตั้งใจอ่านหนังสือเปลี่ยนเป็นประสบผลสำเร็จได้
    2.พ่อแม่คือหลักพึ่งพิงอันแข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผาใดในโลก ท่านอยู่ข้างๆเราเสมอ
    3.รุ่นพี่ที่ม. ทุกคนพร้อมที่จะเป็น"รุ่นพี่"ของเราเสมอ แม้จะไม่ได้อยู่ม.เดียวกัน
     
    ขอบคุณ.......
    10/29/2008

    ลืมไหว้อาจารย์

    จำได้ว่าเมื่อเช้า เราเองลืมยกมือไหว้อาจารย์ -_-"
    กรูบ้าไปแล้ว(ความผิดร้ายแรงมากนะนี่ ต่อไปจะไม่ทำแล้วค่ะ)
     
     
    อ.ไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่ะ ...แต่เด็กดันคิดมากไปเอง
     
    "ฉันตกนรกแน่ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด"
    9/22/2008

    โอ้ย จาเอ็นแล้ว

    ตุลาเตรียมลุย...
     
    ความถนัดทางศิลป์
     
    นับได้ว่าเป็นเดือนเอ็นของจริงเลยก็ว่าได้
     
    ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
     
    แต่.....ความพร้อมตอนนี้....30% เอ๊ะ หรือ 10% ดีล่ะ -_-"""
    9/11/2008

    กินM150

    ช่วงนี้เริ่มรู้ตัวว่าอ่านหนังสือไม่ทัน
    ซื้อM150 มาค่ะพี่น้อง
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    เห็นเพื่อนบอกว่ากินแล้วใจสั่น เราเลยไม่กล้ากินเข้าไปเยอะ
    จิบๆ..แล้วไปอาบน้ำ
    มานั่ง......เตรียมเต็มที่ วันนี้คงได้สัก 2-3 ชั่วโมง
     
    ยังไม่ทันเริ่มลอกงานเพื่อน
    เห็นเตียงแล้ว เราก็ลงไป....
    .
    .
    .
    .
    คิดในใจ"ลองสิ มันจะหลับป่าว กินเข้าไปแล้วนี่นา"
     
    เสร็จปั๊ป ก็เริ่ม เริ่ม....เริ่ม
     
    ..หลับ
     
     
     
     
     
     
     
     
    สรุปก็คือ วันนี้ไม่ได้อ่านหนังสืออีกตามเคยร้องไห้
    (แล้วM150 มันช่วยให้หลับหรือตื่นกันล่ะนี่....!?
    สงสัยต้องเพิ่มขนาด)
    9/4/2008

    ปลื้มพี่นพ

    พี่ชายเราทำงานที่SET เราก็อยากรู้ว่าพี่เขาพูดยังไง
     
    ไปขอพี่ชาย บอกว่า"อยากดูตอนที่พี่เป็นพิธีกร"
     
    ก็ได้คลิปนี้มา
     
     
    (เปิดดูคลิปแรก)
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด
     
    พี่กรูเทพแรงงงงงงงงงง สุดยอดเลย
     
    ยังว่าๆทำไมเวลาคุยด้วยกรูคุยตามแทบไม่ทัน
    (ดูเวลาประกาศข่าวดิ เร็วโคตร)
     
    โอ้ย ปลื้มๆ พี่ชายเราเอง พี่ชายเราเอง
    7/30/2008

    ชื่อเอ็มถูกใจ

    ว้ากกก สักนิดๆๆๆ  คือชื่อเอ็มใหม่มีคนชอบด้วยล่ะ
     

    ที่รัก....ผมรักคุณเท่าที่หัวใจดวงนี้จะมีให้คุณได้

    ผมเจ็บปวด แม้คุณจะมีครอบครัวไปแล้ว แต่ผมก็ยังรักคุณไม่เปลี่ยนแปลง

     

    มีท่านพี่ท่านหนึ่งมาทักว่าชอบ....แล้วถามว่ามันมาจากเรื่องอะไร

    .....นิยายฉันเอง

    โฮะๆ มีคนมาทักแบบนี้มันก็ยิ่งจุดไฟการเขียนให้กับตัวเรามากขึ้นนะเนี่ยหัวใจสีแดง

    7/24/2008

    ใกล้ตายกับการอ่านหนังสือ...

    เออ จะตายอยู่แล้ว ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเลย
     
    ตอนนี้ได้เว็บใหม่มาอีก 1 เว็บ
     
     
    เกี่ยวกับติวอะไรต่างๆนานา
    7/15/2008

    อิจฉาพวกผู้ชายในห้อง

    เดี๋ยวนี้พวกผู้ชายในห้องมันติวกันหูหลับตับไหมกันเลย
     
    เราล่ะอิจฉาจัง
     
    จะไปเข้ากลุ่ม..ก็ดูแปลกๆ
     
    ผู้หญิงรึ ก็ไม่ค่อยจะสู้ติวกันนัก
     
    ผู้ชายนะ....ว่างๆก็เอาหนังสือขึ้นมาอ่าน แล้วก็หันมาถามกัน
     
    โอ้ย...เราจะเป็นอย่างนี้ได้รึเปล่านะ!?
    6/24/2008

    ไม่มีแรงอ่านหนังสือ

    ช่วงนี้ไม่ค่อยมีแรงอ่านหนังสือเลย
     
    กลับบ้านไปก็ลงเตียงตลอด
     
    อนาคตฉัน.....ดับแน่!!!!!!!!
    6/12/2008

    พบกับความรักคู่ใหม่ในวันเลือกตั้ง

    พี่น้องคะ
    วันนี้เป็นวันเลือกตั้งประธานนักเรียนชุดใหม่
    เราก็คุมหน่วยเลือกตั้งม.1
    แล้วในช่วงบ่าย ท่ามกลางแสงแดดจ้าแผดเผาคนนอกเต้นท์ให้ตายได้ในพริบตา
    เพื่อนก็ชี้ไปยังคนคู่หนึ่ง.............
    และดูเหมือนกับว่าทุกสายตาจากหน่อยเลือกตั้งทุกหน่วย
    กำลังมองไปที่คนคู่นั้นซึ่งกำลังเดินมาลงคะแนน
    เรารู้จักอีกคนหนึ่ง  เพื่อนเราเอง....ชื่อ แนม(ชื่อมันเขียนยังไงกันแน่วะ)
    และอีกคนหนึ่ง เพื่อนบอกว่าชื่อ ตี้(ใช่ป่าวหว่า คนนี้ไม่รู้จัก)
    เดินคุยกันมากระหนุงกระหนิงน่ารักมากมาย
    เราเลยวิ่งไปดูวิ่งไปดูที่หน่วยเลือกตั้งม.6  แล้วก็ได้เห็นหน้าจนได้
     
    นับว่าเป็นคู่รักคู่ใหม่ที่ไม่มีให้เห็นกันมากนักในโรงเรียนเรา
    ที่จะกล้าเดินเปิดเผยด้วยกันขนาดนี้
    ช่างน่านับถือจริงๆ
     
     
    เ้ห็นแล้วก็อดนึกย้อนไปถึงคู่ของพี่ชายเราไม่ได้
    ไม่ว่าเขาทั้งสองคนจะรักกันแบบไหน  ก็ขอให้ยืนยาวและมั่นคง...
    แบบพี่ชายและพี่เขยของเราด้วย
    ....สาธุ
     
     
     
     
    เราเชื่อมั่นว่า หากพวกคุณสร้างความมั่นคงให้กับความรักของพวกคุณได้แล้ว
    อีกไม่นาน สังคมก็จะยอมรับความรักของพวกคุณอย่างแน่นอน
    5/29/2008

    ท่องเที่ยวบ้านพี่ชาย

    ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา ก็ได้ไปทำกิจกรรมมิตติ้งกับคนในบอร์ดเรื่องเพื่อนฯหลายครั้ง

     

    และหนึ่งในนั้นคือ "การทัวร์บ้านพี่ชาย"

     

    เป็นอะไรที่ดีมากๆ เพราะคุยกันในบอร์ดตั้งนานและคุยโทรศัพท์กันเป็นบ้างครั้ง

    วันนั้นเลยเป็นวันแรกที่ได้เจอหน้ากัน

    1พ.ค. วันแรงงาน พี่ชายหยุดงานอยู่บ้านไม่ได้ไปไหน

    เลยนัดกันจะไปเดินมาบุญครอง เพราะพี่เขาจะเอาคอมไปซ้อม

    ตอนเช้าก็โทรหา ปรากฏว่ายังไม่ได้ออกจากบ้านเลย..."พี่ยังซักผ้าอยู่เลยครับ"

    เราก็เลยได้โอกาส "งั้น ทรายขอไปที่บ้านนะคะ พี่ๆคนอื่นในบอร์ดได้ไปกันหมดแล้วอ่ะ"

    "จะดีเหรอครับ?"

    "นะค้าาาาาาาาาา" เราอ้อนสุดชีวิต

    จนพี่เขาก็ยอมจนได้

    เราเลยนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงที่สถานีรัชดาฯ ....แล้วก็ไปยืนรออยู่ตรงทางออก รอพี่ชายมารับ ระหว่างนั้นคนตรวจสัมภาระขาเข้าก็เดินเข้ามาทัก

    ว่าเรารอใครอยู่...มาบ่อยไหม?  เราก็ตอบบ้าง แล้วก็ก้มหน้าอ่านหนังสือ(หอบหนังสือมาอ่าน)

    แล้วพี่ชายก็เดินมาหา เราก็...เย้ ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริงซะที หลังจากที่มองหน้าพี่เขาเพียงรูปถ่ายในเน็ตเท่านั้น(ขนาดดูแค่รูป ยังกรี๊ดขนาดนี้)

    แล้วก็เดินคู่กับพี่เขาไป ดีนะที่สงบอารมณ์ตัวเองไว้ได้ ...โอ้ย ก็น่ารักซะจนอยากจะเข้าไปกอดขนาดนั้น!!
    หล่อแล้ว ก็หล่อได้อีก ยิ่งมองยิ่งน่ารัก

    พี่เขาก็พาไปที่ห้องพี่เขาในคอนโด โอ้วววว

    พี่เขาอยู่กับพี่เขย(จะเรียกพี่เขย ใครจะว่าไร!?) 2 คน ห้องแต่งได้น่ารักซะใจ

    โอ้ยๆๆเห็น โซฟา โต๊ะ เตียง ก็คอยแต่จะจินตนาการตอนที่พี่เขาอยู่ด้วยกัน 2 คน

    ...จะเป็นยังไงน้าาาา  เคยอ่านแต่ในการ์ตูน เราก็ไม่รู้ว่าชีวิตจริงเขาอยู่กันยังไง.....

    แต่เห็นพี่เขาบอกว่าเวลาอยู่ด้วยกันก็พูด"กู""มึง"กันปกตินั้นล่ะ

    โอ้ยๆๆๆๆๆๆ  คนรักกันเขาพูดกันแบบนี้เหรอ?

    แล้วเราก็ขอพี่เขาเล่นเน็ต ส่วนพี่ชายเราก็ตากผ้า เสร็จแล้วก็มานั่งรีดผ้า

    พระเจ้า....ทำไมต้องส่งคนหน้าตาดีๆแบบนี้มานั่งลำบากเพื่อผู้ชายอีกคนด้วยนะ

    เออๆ ขอเม้าพี่เขยซะหน่อย ตอนแรกเห็นรูปตอนไปงานประกาศสุวรรณหงส์อ่ะนะ

    เห็นรูปพี่เขยครั้งแรก...แทบช็อก  เตี้ยกว่าพี่ชายเราอีก สีผิวก็....เข้มซะ

    แต่.....พี่น้องค่ะ พอมาเห็นรูปถ่ายที่อยู่ในห้องพี่ชาย

    ทำไมหล่ออะไรเช่นนี้............

    v
    V
    V

    V

    V

    แสดงว่าพี่เขยเราต้องถ่ายเดี่ยว ห้อมถ่ายรูปคู่กับพี่ชาย....มิฉะนั้น ...หึๆ บ๊าย บาย ความหล่อ

     

    แล้วตอนที่เราเล่นเน็ตใช่มะ ก็เห็นพี่ชายเราโทรคุยกับพี่เขยอยู่นั้นล่ะ

    ทำไมไม่โดดงานมานั่งคุยกันซะเลยล่ะ  (วันนี้พี่เขยไปทำงานค่ะ ไม่อยู่บ้าน)

    คุยๆๆๆ คุยโทรสับ

     

    หลังจากนั้นก็ไปพันทิพ ตรงสยาม พี่ชายข้าออกค่าใช้จ่ายให้หมด

    ทำตัวน่ารักอีกแล้ว......

    พอเอาคอมไปซ่อมเสร็จก็ไปหาซื้อหนังYตรงลิโด้ แล้วแยกย้าย

     

     

    จากวันนั้นที่ได้ไปบ้านพี่ชาย ..ทำให้เราคิดว่า

    ชีวิตที่หลุดออกมาจากนิยาย หลุดออกมาจากสิ่งที่เราเคยจินตนาการ

    เมื่อมาอยู่ในชีวิตจริง พวกเขาจะอยู่กันไปได้ชั่วชีวิตไหมหนอ?

    เห็นพี่ชายเรารักเขามากๆแบบนี้แล้ว

    อดคิดถึงวันที่เขาทั้งสองจะต้องจากลากันไม่ได้!?

    ไม่ว่าจะยังไงเราก็จะภาวนาให้เขาทั้งคู่อยู่ด้วยกันให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

    ส่วนเราก็จะคอยเฝ้ามองนิยายชีวิตเรื่องนี้ดำเนินไป....จนกว่าจะถึงวันอวสาน

    4/25/2008

    มีช่วงเวลาที่งุนงง

    เพราะว่าตลอดเวลาที่มาอยู่ที่นี่ เราได้เจอกับคำถามแปลกๆที่สกิดใจตัวเราเอง

    "นี่แกยังไม่มีแฟนอีกเหรอ" น้องชายผู้อยู่ร่วมบ้านถามขึ้น 

    ...จริงสินะ...ตลอดเวลา 17 ปีที่ผ่านมา .....เราเอาหัวใจไปวางไว้ตรงไหน ทำไมจึงไม่อยากคิดจะไขว้คว้าหารักมาเป็นของตนเองแบบจริงๆจังๆซะที

     

     

    วันนี้เลยมีโอกาสเอารูปแห่งความประทับใจมาแปะ

    .....ถึงแม้รูปนี้จะไม่มีเรา แต่คนในรูปก็ดูจะมีความสุขมากมายเลยทีเดียว